เขตสายไหมจับมือลาดพร้าว 2 เขตนำร่องพื้นที่ต้นแบบพัฒนาคลองลาดพร้าว

(10 ก.พ.62) เวลา 09.00 น. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล. คลองลาดพร้าว บริเวณสะพานกสบ. ซอยพหลโยธิน 54/1 เขตสายไหม และบริเวณสะพานคลองชวดใหญ่ ถนนพระราม 9 ซอย 13 เขตห้วยขวาง และโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองรางอ้อรางแก้ว ช่วงจากถนนพหลโยธินถึงซอยพหลโยธิน 65 แยก 2 เขตบางเขน ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ยุทธศาสตร์ “มหานครปลอดภัย” เพื่อให้ประชาชนกรุงเทพมหานครได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ปลอดมลพิษ มีมาตรการบริหารจัดการน้ำเสียอย่างเหมาะสม ปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ โดยมีนายณรงค์ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขตในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว เป็นโครงการสำคัญของรัฐบาลในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ 8 สำนักงานเขต ได้แก่ วังทองหลาง ห้วยขวาง ลาดพร้าว จตุจักร หลักสี่ บางเขน ดอนเมือง และสายไหม สำหรับเขื่อนคลอง ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว มีความยาว 2 ฝั่งคลอง รวมทั้งสิ้น 45.3 กม. ทั้งนี้โครงการก่อสร้างเขื่อนค.ส.ล.คลองลาดพร้าว มีบ้านเรือนประชาชนที่รุกล้ำคลองลาดพร้าวในพื้นที่ 8 สำนักงานเขต จำนวน 6,638 หลัง ซึ่งอยู่ในแนวพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อน 3,761 หลัง โดยยินยอมเข้าร่วมโครงการ 3,226 หลัง ไม่ยินยอมเข้าร่วมโครงการ 535 หลัง ปัจจุบันสามารถดำเนินการรื้อย้ายบ้านได้แล้ว 1,629 หลัง ยังไม่ได้รื้อย้ายอีก 1,597 หลัง สำหรับพื้นที่โครงการก่อสร้างที่ส่งมอบให้ผู้รับจ้างแล้ว ความยาว 24,056 ม. ส่วนพื้นที่โครงการก่อสร้างที่ยังไม่ได้ส่งมอบ ความยาว 21,224 ม. ปัจจุบันสามารถดำเนินการตอกเสาเข็มได้ 28,939 ต้น จากทั้งหมด 60,000 ต้น คิดเป็นผลงาน 90.13% ของพื้นที่ส่งมอบให้ผู้รับจ้างแล้ว ส่วนแนวเขื่อนที่ตอกเสาเข็มแล้วมีความยาวรวม 22,054 ม. คิดเป็นผลงานทั้งโครงการทำได้ 38.66% ส่วนแผนงานโดยรวมทั้งโครงการ 96.50%

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวอีกว่า ทั้งนี้โครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว ได้แบ่งการก่อสร้าง ออกเป็นพื้นที่ 8 สำนักงานเขต ที่ผ่านมาสำนักงานเขตในพื้นที่โครงการได้ลงพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่มีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการให้เห็นถึงความสำคัญของส่วนรวมและและประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการดังกล่าว ขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการรี้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำออกไป อย่างไรก็ตามในพื้นที่เขตสายไหมมีบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในแนวพื้นที่โครงการทั้งหมด 10 ชุมชน มีความยาวทั้ง 2 ฝั่งคลองรวมกันประมาณ 7,103 ม.โดยประชาชนในชุมชนได้ให้ความร่วมมือในการรื้อย้ายบ้านเรือนออกไปและบางส่วนได้เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ทำให้กรุงเทพมหานครสามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้รับจ้างดำเนินการตอกเสาเข็ม กดแผงกันดิน ทำคานทางเดิน และติดตั้งราวกันตก จากการลงพื้นที่ติดตามการความก้าวหน้าในการก่อสร้างผู้รับจ้างยืนยันว่าการตอกเสาเข็มในพื้นที่เขตสายไหม ความยาว 7,103 ม. จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.พ.62 ยกเว้นพื้นที่ประมาณ 75 ม. ซึ่งมีบ้านเรือนรุกล้ำอยู่ จากนั้นจะกดแผงกันดิน ทำคานทางเดิน และติดตั้งราวกันตกให้แล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค.62 ส่วนการตอกเสาเข็มในพื้นที่เขตลาดพร้าว ความยาว 1,170 ม. จะแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.พ.นี้ จากนั้นจะกดแผงกันดิน ทำคานทางเดิน และติดตั้งราวกันตกให้แล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค.62 เช่นกัน

รองผู้ว่าราชการกรุงเพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว ในพื้นที่เขตสายไหมและเขตลาดพร้าวแล้วเสร็จ จะเป็นพื้นที่ตัวอย่างในการก่อสร้างเขื่อนคลอง ค.ส.ล. คลองลาดพร้าว รวมถึงเป็นต้นแบบในการพัฒนาคลองลาดพร้าวแก่สำนักงานเขตอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองลาดพร้าวให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนเป็นการแก้ไขปัญหามลพิษน้ำเน่าเสีย ส่งผลให้สภาพแวดล้อมรอบตัวดีขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงแก่ประชาชนโดยส่วนรวมเป็นสำคัญ

เร่งสร้างเขื่อนรางอ้อรางแก้วรองรับน้ำย่านวงเวียนบางเขน

นอกจากนี้สำนักการระบายน้ำได้ดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองรางอ้อรางแก้ว ช่วงจากถนนพหลโยธินถึงซอยพหลโยธิน 65 แยก 2 เริ่มต้นสัญญาวันที่ 27 ก.ย.61 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 14 เม.ย.62 ระยะเวลาการก่อสร้าง 200 วัน ประกอบด้วย สร้างเขื่อน ค.ส.ล. ชนิดดาดท้องคลอง ความยาวประมาณ 950 ม. ตอกเสาเข็มขนาด 0.35 x 0.40 x 13.50 ม. แผงกันดิน ค.ส.ล. จำนวน 632 ช่อง ข้นทับหลังเขื่อน ค.ส.ล. ความยาวประมาณ 950 ม. งานดาดท้องคลองพื้นที่ประมาณ 3,050 ตร.ม. สร้างราวเหล็กกันตก ความยาวประมาณ 950 ม. ผลงานที่ทำได้ 18.32% ขณะนี้ผู้รับจ้างได้เข้าพื้นที่ดำเนินการตอกเสาเข็มได้แล้ว 52 ต้น จากทั้งหมด 634 ต้น เมื่อโครงการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. คลองรางอ้อรางแก้วแล้วเสร็จ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับน้ำจากถนนพหลโยธินและวงเวียนบางเขนลงสู่คลองรางอ้อรางแก้วต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลข่าวโดย: สำนักประชาสัมพันธ์ กทม.www.prbangkok.com

เผยแพร่ข่าวโดย: สถานีวิทยุกรุงเทพมหานครAM.873Khz

www.am873radiobangkok.com

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.