สถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานคร

logo

ประวัติความเป็นมาของสถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7

    สถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 เป็นสถานีที่กรมประชาสัมพันธ์เป็นเจ้าของความถี่ตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุกระจายเสียง ออกอากาศในระบบ เอ.เอ็ม. เดิมใช้ความถี่ 910 กิโลเฮิรตซ์ ( และคณะกรรมการบริหารความถี่ได้เปลี่ยนเป็น 864 กิโลเฮิรตซ์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2522) ปัจจุบันคณะกรรมการบริหารความถี่ได้เปลี่ยนความถี่ให้เป็น 873 กิโลเฮิรตซ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2538 
ประวัติความเป็นมาดังนี้


    สถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 ได้ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2502 อยู่ใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งธนบุรี สถานที่ของกรมโยธาธิการ โดยนายกเทศมนตรี เทศบาลนครธนบุรี เป็นผู้ขออนุญาตตั้งสถานีต่อ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เทศบาลนครธนบุรีไม่สามารถตั้งได้ เพราะเทศบาลนคธนบุรีไม่ได้จดทะเบียนความถี่ไว้ตามกฎหมาย ฯพณฯจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จึงได้สั่งไปยังอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ให้จัดหาความถี่และตั้งเครื่องส่งวิทยุให้เทศบาลนครธนบุรีใช้งานแพร่ข่าวท้องถิ่นของเทศบาลนครธนบุรี กรมประชาสัมพันธ์ จึงได้ดำเนินการจัดตั้งสถานีให้โดยใช้ชื่อว่า “สถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7”มีกำลังส่ง 1 กิโลวัตต์ ทำการเผยแพร่ข่าวท้องถิ่น และรับจ้างโฆษณามี นายเฉลิม จุโรทัย เป็นผู้อำนวยการ ดำเนินงานมาโดยหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ได้งบประมาณจากเทศบาลนครธนบุรีหรือกรมประชาสัมพันธ์มาอุดหนุน ต่อมาเมื่อเทศบาลนครธนบุรี ได้รวมกับเทศบาลนครกรุงเทพฯเป็นอันเดียวกันก็ได้ใช้งานสถานีแห่งนี้มาโดยตลอด ในขณะนั้นสถานีวิทยุต่าง ๆ ยังมีไม่กี่แห่ง สถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 ก็มีรายได้จากการโฆษณา จึงได้จ้าง พ.อ.กำชัย โชติกุล  สร้างเครื่องส่งของตนเองขึ้น โดยเพิ่มกำลังส่งเป็น 10 กิโลวัตต์ เมื่อประมาณ พ.ศ.2506 กรมประชาสัมพันธ์ ก็ได้เอาเครื่องส่งเดิมที่มาตั้งให้กลับไปแต่ยังให้ใช้ความถี่อยู่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งนี้ได้ทำการประชาสัมพันธ์โฆษณากิจการต่าง ๆ ของเทศบาลทั้งสองแห่งติดต่อกันมาโดยตลอด


    ต่อมาเมื่อมีการก่อตั้งกรุงเทพมหานครตามคำสั่งคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 335 โดยจัดรูปการปกครองและบริหารได้มีลักษณะพิเศษ เพื่อให้เจ้าหน้าที่บริหารสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้และสามารถอำนวยความสะดวกและเข้าถึงประชาชนในนครหลวงได้โดยแท้จริงและรวดเร็วและถูกต้องก็คือการโฆษณาแถลงข่าวทางวิทยุกระจายเสียงทางกรุงเทพมหานครจึงได้ทำหนังสือถึงกรมประชาสัมพันธ์ขอรับโอนความถี่มาเป็นของกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2516 ตามเหตุผลรายละเอียดที่แจ้งไว้ อย่างไรก็ดีกรมประชาสัมพันธ์ได้มอบหมายให้เทศบาลธนบุรีเดิมเป็นผู้ใช้งานอยู่แล้วมาแต่แรก และเมื่อกรุงเทพมหานครได้รับงานเทศบาลนครธนบุรีมารวมเป็นกรุงเทพมหานคร  กรมประชาสัมพันธ์ก็ยินดีมอบหมายความถี่ของสถานีวิทยุแห่งนี้ให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบต่อไป
ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทพมหานครกับสถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 ได้ทำการประชาสัมพันธ์กิจการของกรุงเทพมหานครเรื่อยมา  ทางสถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 ได้อำนวยความสะดวกให้ในการจัดรายการต่าง ๆ ตามที่กรุงเทพมหานคร ต้องการนับว่าได้ผลมากในระยะนั้นเพราะสถานีวิทยุต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ มีน้อยไม่เหมือนปัจจุบันนี้


ต่อมากรมโยธาธิการได้มีหนังสือให้สถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 รื้อถอนอาคารจากใต้สะพานพุทธยอดฟ้าฝั่งธนบุรี เพื่อจะทำการซ่อมแซมเชิงลาดสะพาน เทศบาลเห็นว่าสถานียังมีประโยชน์ต่องานเทศบาลอยู่ จึงให้ย้ายไปอาศัยอยู่ในอาคารไม้เล็ก ๆ ซึ่งเป็นห้องเครื่องส่งเดิมหน้าสุขศาลากลางจังหวัดธนบุรีที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  ได้ใช้เป็นที่ทำการของสำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร   กรุงเทพมหานครจึงได้ย้ายห้องส่งสถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 จากอาคาร ไม้สุขศาลาเจ้าประคุณประยูรวงศ์มาอยู่ที่ในอาคารภายในสำนักสวัสดิการสังคม  เดิมเป็นสโมสรศาลากลางจังหวัดธนบุรี งานของสถานีก็ได้ดำเนินการปรับปรุงรายการให้เป็นประโยชน์กับกรุงเทพมหานครเรื่อยมา
การดำเนินงานด้านรายการปัจจุบันสถานีได้คำนึงเสมอว่า สถานีแห่งนี้ต้องเป็นกระบอกเสียงของกรุงเทพมหานครให้เข้าสู่ประชาชนมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จึงได้จัดหาเวลาออกอากาศที่เป็นสารประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานครและประชาชน เช่น

  • ประกาศคำขวัญต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร
  • กรุงเทพมหานครทำอะไรให้ประชาชนบ้าง
  • ความรู้กฎหมายระเบียบปฏิบัติการติดต่อหน่วยงานของกรุงเทพมหานครที่ประชาชนควรรู้
  • รายการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่รับผิดชอบต่อส่วนงานให้ประชาชนทราบ
  • ข่าวประมูลรับคำร้องและตอบชี้แจง ชักชวนให้ประชาชนรู้จักการบอกเล่าร้องทุกข์โดยมีเหตุผลข้อเท็จจริงมากกว่าการเขียนด่า หรือกระแนะกระแหน
  • ข่าวบริการสังคมตอบปัญหาชาวบ้านที่ส่งมา และตอบปัญหาต่าง ๆ ที่สื่อมวลชนโจมตี กทม. โดยไม่ถูกต้องกับข้อเท็จจริง รายการสนทนาเรื่องราวของกรุงเทพมหานคร
  • ขอความร่วมมือกับประชาชนละเว้นการทำอะไรที่ผิดต่อพระราชบัญญัติ พร้อมทั้งชี้แจงว่าการทำสิ่งนี้เป็นการละเมิดกฎหมายอย่างไร
  • ส่วนเวลาที่เหลือจะเป็นประโยชน์ของกรุงเทพหานคร ทางสถานีก็เจียดไว้ขายเพื่อเป็นรายได้เลี้ยงตัวเอง

งานด้านงบประมาณและค่าใช้จ่ายของสถานีวิทยุกระจายเสียงป.ช.ส.สถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 แห่งนี้  ตั้งแต่เริ่มตั้งมาไม่เคยได้รับงบประมาณค่าใช้จ่ายช่วยเหลือจากหน่วยใดหาเลี้ยงตัวเองโดยมีรายได้จากค่าโฆษณาได้มาพอเป็นเงินเดือน ค่าตอบแทน  เบี้ยเลี้ยง ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดประจำเดือน  ส่วนที่เหลือก็เก็บไว้จ่ายยามฉุกเฉินเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องส่งเกิดชำรุดเสียหายเท่านั้น ตามนโยบายมิได้ดำเนินการเพื่อหวังผลกำไร


    รายได้ของสถานีวิทยุแห่งนี้มีรายได้น้อยกว่าสถานีวิทยุแห่งอื่นมาก เพราะ

  • มีความถี่อยู่เพียงความถี่เดียว
  • เครื่องส่งเก่าใช้งานมา 22 ปี ต้องซ่อมบำรุงรักษาอยู่ตลอดเวลา
  • ค่าเช่าเวลาถูกกว่าสถานีวิทยุแห่งอื่น ๆ มาก ยังไม่ได้ปรับปรุงราคาเพราะทางเทคนิคของเครื่องส่งยังไม่สมบูรณ์ เสียงที่ออกอากาศมักจะถูกสถานีที่กำลังส่งแรงกว่าเบียดหมด
  • กำลังส่งออกอากาศก็น้อยกว่าสถานีทั่ว ๆ ไปในกรุงเทพมหานคร
  • สถานีจะเพิ่มเสาอากาศให้สูงขึ้นไปอีก  สถานที่ปัจจุบันจำกัด  และค่าใช้จ่ายในการสร้างเครื่องใหม่สถานีก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะทำได้ เพราะค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ต่าง ๆ ปัจจุบันสูงมาก

ทางสถานีจึงได้นำเรื่องนี้ขึ้นหารือกับ นายชะลอ ธรรมศิริ  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  
ประมาณเดือนสิงหาคม 2520 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เห็นว่า สถานีวิทยุมีประโยชน์งานด้านประชาสัมพันธ์ต่อกรุงเทพมหานครมาก จึงดำริให้กรุงเทพมหานครช่วยเหลือ โดยปรับปรุงเครื่องส่งและตั้งเสาอากาศใหม่ ในบริเวณสวนลุมพินี  กรุงเทพมหานครจึงได้ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2525 สถานีวิทยุกระจายเสียง ป.ช.ส.7 จึงได้ขนย้ายห้องส่งและเครื่องส่งเดิมจากอาคารภายในสำนักสวัสดิการสังคม และเรือนไม้หน้าสุขศาลาเจ้าประยูรวงศ์ มาอยู่ภายในสวนลุมพินี ห้องส่งอยู่ที่อาคารชั้น 2 ของลุมพินีสถาน  เครื่องส่งอยู่หน้าอาคารธรรมชาติวิทยา จนถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2525 กรุงเทพมหานครจึงมอบทรัพย์สินให้สถานีวิทยุ ป.ช.ส.7 มีอาคารห้องส่ง อาคารเครื่องส่ง รวมเครื่องส่ง 10 กิโลวัตต์ และเสาอากาศสูง 86 เมตร ให้ใช้งานต่อไป และประมาณปี พ.ศ.2532 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (พลตรี จำลอง) ได้มีนโยบายให้สำนักสวัสดิการสังคม ปรับปรุงเรือนเพาะชำภายในสวนลุมพินี ด้านถนนสารสิน  ให้เป็นอาคารสำนักงานและห้องส่ง พร้อมทั้งสร้างอาคารเครื่องส่ง และคืนพื้นที่ให้กับประชาชนได้ใช้ออกกำลังกายสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานคร จึงได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน

และเมื่อปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยี อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองโลก มีผลทำให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และมีความเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น โลกที่เคยกว้างใหญ่กลับเล็กลง ดินแดนแต่ละประเทศที่อยู่ห่างไกลกันสามารถติดต่อกันได้ภายในเวลาเสี้ยววินาทีประดุจเป็นหมู่บ้าน (Global Village) ภูเขาและทะเล ซึ่งเป็นพรมแดนธรรมชาติ ที่เคยเป็นอุปสรรคในการติดต่อไปมาหาสู่ ดูเสมือนเลือนหายไปจนกลายเป็นโลกไร้พรมแดน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานครจึงได้ก่อตั้งเว็บไซต์และกระจายเสียงในระบบดิจิตอลเน็ตเวิร์ค ซิสเต็ม เรียลทาม เมื่อวันที่15พฤษภาคม 2558 เวลา18.30น. ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งข้อมูลข่าวสารกิจกรรมของทางสถานีวิทยุกรุงเทพฯไปยังท่านผู้ฟัง โดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศในการติดต่อสื่อสารในลักษณะที่ไร้พรมแดน โลกในสายตาของผู้ที่อาศัยเทคโนโลยี จึงเป็นโลกใบเล็กที่สามารถติดต่อถึงกันได้ง่ายและรวดเร็ว 

 

ผลิตสื่อเว็บไซต์ โดย สถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพมหานคร

Copyright © 2015  All Right Reserve @by A.M.873Khz.